x

เชิญชมเว็บไซต์ใหม่ของเราได้ที่ Chourmuangcm.com

 

Our Service - พิธีเจริญน้ำพระพุทธมนต์

ข้อมูลพิธีการงานเช้าแบบไทย – หลั่งน้ำสังข์ (เจริญน้ำพระพุทธมนต์)

1. การจัดเตรียมขันหมาก (แต่งงาน)
ก่อนถึงกำหนดวันแต่งงาน พ่อแม่และผู้เป็นเฒ่าแก่ของฝ่ายชาย ต้องจัดเตรียมขันหมากเอก โท และบริวารขันหมากไว้ให้เรียบร้อย นิยมจัดหากันตามความสะดวกเหมาะสม เช่น เงินทอง สร้อยแหวนกำไล จะต้องจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าหลาย ๆ วัน ขนมนมเนยผลไม้จัดเตรียมไว้ก่อนวันงานสักสองวัน เพราะถ้าเก็บไว้นานอาจเน่าเสียได้ ส่วนต้นกล้วย ต้นอ้อยหมากพลูที่จะใช้ ก็ทำการเสาะหาหรือเจรจาขอตามไร่นาตามสวน หรือจากเพื่อนบ้านไว้เป็นการล่วงหน้า

2. การจัดขันหมากเอกและขันหมากโท ขันหมากเอก
จะจัดเป็นขันเดี่ยวหรือขันคู่ก็แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละท้อง ถิ่น ส่วนใหญ่มีขันใส่หมากพลู ขันใส่เงินทองหรือสินสอด ขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ฯลฯ ขันหมากเอกนี้นิยมจัดเป็นคู่ เวลายกขบวนแห่ขันหมากจะมีคนถือเป็นคู่ ๆ ดูสวยงาม และเป็นมงคลโดยถือเคล็ดจากคำว่า “คู่” นั่นเอง ขันหมากโท ได้แก่ พวกของที่ใช้เป็นอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่นๆ เช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย นิยมจัดเป็นคู่ๆ เช่นกัน มีการนำกระดาษสีแดงประดับตกแต่งให้สวยงาม

3.ขันหมากมาแล้ว
เมื่อใกล้ฤกษ์ยามยกขบวน ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเริ่มจัดขบวน โดยเฒ่าแก่หรือพ่อสื่อแม่สื่อที่เป็นผู้มาเจรจาสู่ขอจะเดินนำหน้าเคียงคู่ไป กับเจ้าบ่าว ซึ่งถือพานธูปเทียนสำหรับใช้ ไหว้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง การจัดขบวนขันหมากไม่มีกำหนดตายตัว เพราะในแต่ท้องถิ่นอาจมีประเพณีนิยมแตกต่างกันไป
เริ่มเคลื่อนขบวนขันหมาก เมื่อจัดเตรียมขบวนขันหมากเป็นที่เรียบร้อยพร้อมเพรียงกันดีแล้ว ครั้นได้เวลาฤกษ์ดีมีชัยก็เริ่มเคลื่อนขบวนได้ ส่วนใหญ่จะมีการโห่และจุดประทัดกันเป็นที่สนุกสนาน บางทีมีการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย เพื่อใช้สัญญาณเสียงบอกให้ทางบ้านฝ่ายหญิงทราบ ว่าบัดนี้ขบวนขันหมากกำลังจะเคลื่อนไปทำพิธีแล้ว การเคลื่อนขบวนหากมีกลองยาวหรือแตรวงนำหน้า คนเฒ่าคนแก่และหนุ่มสาว ที่ไม่ได้มีหน้าที่ยกขันหมากและข้าวของ ก็จะออกมาร่ายรำกันเป็นที่สนุกสนานครื้นเครง
เสียงโห่และเสียงรับจะดังขึ้นเป็นระยะ ในช่วงนี้เพื่อนเจ้าสาวจะพาเจ้าสาวไปหลบในห้อง ส่วนผู้ที่มีหน้าที่กั้นประตูเงินประตูทอง และรับขันหมากก็เตรียมทำหน้าที่ของตน ดังนั้นเฒ่าแก่หรือเจ้าบ่าวจะต้องเตรียมเงินสดใส่ซองไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นกุญแจสำหรับไขผ่านประตูหรือด่านต่าง ๆ ไปจนกว่าจะไปถึงตัวเจ้าสาว ส่วนใหญ่นิยมกั้นแค่ 3 ประตูคือ ประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง หรือ ประตูนาก ประตูเงิน ประตูทอง การให้ซองสำหรับขอผ่านประตูต่างๆ นั้น จะต้องให้ประตูละ 2 ซอง และใส่เงินเป็นจำนวนคู่ ไม่นิยมใส่เป็นจำนวนคี่ ซองสำหรับประตูทอง จะต้องใส่ให้มีมูลค่ามากกว่า 2 ประตูแรก สำหรับการจุดประทัดหรือยิงปืนให้สัญญาณนั้น นิยมจุดเมื่อเริ่มเคลื่อนขบวนครั้งหนึ่ง เมื่อมาถึงกลางทางอีกครั้งหนึ่ง ครั้นพอถึงเขตบ้านเจ้าสาวก็จุดอีกครั้งหนึ่ง บางทีทางฝ่ายเจ้าสาวก็มีการยิงปืนหรือจุดประทัดรับเช่นกัน

4.พานรับขันหมาก
พอขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวมาถึงเขตบ้านแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวจะจัดพานใส่หมากพลู สำหรับรับขันหมากเตรียมไว้ให้เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งอาจใช้เด็กผู้หญิง แต่งตัวตามสวยงามหรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาว ถือพานออกไปรับก็ได้ เป็นการแสดงความยินดีและให้เกียรติเฒ่าแก่ฝ่ายชาย เมื่อมีผู้นำพานรับขันหมากมามอบให้ เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะหยิบหมากพลูที่จีบไว้เป็นคำ ๆเคี้ยวกินหรือหยิบไว้พอเป็นพิธี แล้วส่งพานคืนให้ พร้อมกับของชำร่วยหรือซองใส่เงิน ผู้ที่ถือขันหมากต้องไปยืนอยู่นอกเขตบ้าน เพราะต่อไปจะมีการปิดกั้นประตูเงินประตูทอง เมื่อรับพานคืนมาพร้อมของรางวัลแล้ว ผู้ทำหน้าที่รับขันหมากจะนำ ขบวนขันหมากเข้าสู่เขตบ้าน ในการรับขันหมาก นอกจากจะให้เด็กยกพานรับขันหมากแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวก็จะออกมาให้การต้อนรับด้วย เพื่อเจรจาต้อนรับเฒ่าแก่ของฝ่ายเจ้าบ่าว พูดคุยกันในเรื่องอันเป็นมงคล เกี่ยวกับฤกษ์งามยามดีในวันนี้ บางทีหน้าที่โต้ตอบและจัดขบวนขันหมาก อาจใช้ผู้มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะคอยควบคุมเรียกว่า “นายขันหมาก” ส่วนเฒ่าแก่เป็นเพียงผู้ร่วมมาในขบวนขันหมาก และเป็นผู้ทำพิธีในฐานะผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย

5.การนับสินสอดและสวมแหวนแต่งงาน (เริ่มพิธีตามฤกษ์)
พิธีนับสินสอดทองหมั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม เมื่อบ่าวสาว นั่งด้านหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทางเถ้าแก่ฝ่ายชาย จึงทำการแจกแจงสินสอดทองหมั้น โดยแจ้งความประสงค์ของฝ่ายชายที่จะมาสู่ขอฝ่ายหญิง เมื่อฝ่ายเจ้าสาวได้ตกลงตามนั้น คุณแม่และคุณพ่อเจ้าสาวก็ทำการโรยสินสอดทองหมั้น ด้วยดอกไม้มงคล ซึ่งประกอบด้วย ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ถั่ว งา ดอกดาวเรือง เพื่อความเจริญงอกงามเหมือนถั่ว งา เจริญรุ่งเรืองเหมือนดอกดาวเรือง และมีความรักยืนยาวเหมือนดอกบานไม่รู้โรย แล้วคุณแม่เจ้าสาวก็ยกขึ้นแบกขึ้นบ่า เป็นความหมายว่าสินสอดทองหมันนั้นงอกเงย จนต้องยกแบกเก็บ หลังจากแจกแจงสินสอดทองหมั้นแล้วบ่าวสาวทำการสวมของหมั้น ,สวมแหวนแต่งงาน

6.พิธีรับไหว้
ในการทำพิธีรับไหว้นั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม จะกราบลงพร้อมกันที่หมอน 1 ครั้ง (กราบโดยไม่ต้องแบมือ) แล้วส่งพานดอกไม้ธูปเทียนให้ พ่อแม่ยื่นมือไปรับ กล่าวให้ศีลให้พรหรืออวยพร ให้ชีวิตคู่ของลูกทั้งสองประสบแต่ความสุขความเจริญ แล้วจึงหยิบเงินรับไหว้ใส่ลงในพาน หยิบด้ายมงคลหรือสายสิญจน์เส้นเล็ก ๆ ผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวเป็นการรับขวัญ

7.พิธีร่วมทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาว
ธรรมเนียมไทยนั้น เมื่อทำพิธีหรืองานมงคลใดๆ ก็ตามย่อมต้องมีการทำบุญสร้างกุศลมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับพิธีร่วมกันทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาวนั้น นิยมกระทำกันหลังจากทำพิธีรับไหว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คือเจ้าภาพจะนิมนต์พระมาสวดเจริญพุทธมนต์ และรับอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์หรืออาสนสงฆ์ จัดให้อยู่ทางซ้ายของโต๊ะบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชา และจัดให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์ ซึ่งแต่ก่อนนิยมนิมนต์เป็นคู่เช่น 4 องค์ 8 องค์ ปัจจุบันนิยม 9 องค์ เพราะคนไทยเชื่อถือเกี่ยวกับเลข 9 ว่าเป็นเลขมงคล หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า โดยนับพระประธานด้วยเป็น 10 องค์ครบคู่พอดีโต๊ะบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเครื่องสักการะ ควรตั้งให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ไม่นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทิศใต้ แต่ถ้ากล่าวตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ถือเรื่องโชคลางจะหันหน้าไปทางทิศไหนก็ได้สุดแต่สะดวก ในการทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ทั่วไปนั้น เจ้าภาพจะทำหน้าที่จุดธูปเทียนบูชาพระ แต่ในงานมงคลสมรสมักนิยมให้คู่บ่าวสาว เพราะถือว่าเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในงาน รวมไปจนถึงการถวายขันและเทียนเพื่อให้พระทำน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าภาพจะมอบให้คู่บ่าวสาวเป็นผู้ถวายก็ได้ น้ำพระพุทธมนต์นี้จะนำมาเป็นน้ำสังข์สำหรับหลั่งในพิธีรดน้ำต่อไป

8. พิธีหลั่งน้ำสังข์
พิธีรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์นี้ จะกระทำหลังจากคู่บ่าวสาวร่วมทำบุญตักบาตร ฟังพระสวดพุทธมนต์ และถวายจตุปัจจัยไทยธรรม เมื่อพระฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เมื่อถึงฤกษ์รดน้ำสังข์ พระสงฆ์ผู้เป็นประธาน จะทำการเจิมให้แก่คู่บ่าว ฝ่ายชายนั้นพระสามารถเจิมที่หน้าผากเป็นจุดแต้ม 3 จุดได้โดยตรง แต่สำหรับฝ่ายหญิง พระท่านอาจจับมือฝ่ายชายจุ่มแป้งเจิม แล้วจับไปเจิมหน้าผากให้เจ้าสาวของตน เพราะท่านไม่สามารถถูกเนื้อต้องตัวผู้หญิงได้ หลังจากทำพิธีเจิมเสร็จ จึงทำมงคลแฝดสวม (เพื่อความสะดวกบางคู่ได้ทำบุตรตักบาตรและเจริญน้ำพุทธมนต์ ก่อนล่วงหน้า โดยที่มงคลแฝดมักจะให้บิดาหรือมารดา เป็นผู้สวมให้ในวันรดน้ำสังข์) ให้คู่บ่าวสาวคนละข้าง มีสายโยงห่างกันราว 2 ศอกเศษ เพื่อความสะดวกส่วนปลายของมงคล จะโยงมาพันที่บาตรน้ำมนต์ และหางสายสิญจน์พระสงฆ์จะส่งกันไปโดยจับเส้นไว้ในมือ จนถึงองค์สุดท้าย ก็วางกลุ่มด้ายสายสิญจน์ไว้ในพาน หากเป็นการรดน้ำตอนเย็นเหมือนที่นิยมจัดกันสมัยนี้ จะมีเพียงมงคลแฝดไม่มีสายโยง แต่ธรรมเนียมสมัยก่อน จะต้องมีสายโยงไปที่บาตรน้ำมนต์และพระสงฆ์ ด้วย เพื่อให้ท่านได้สวดเจริญพระพุทธมนต์ ในขณะที่ทำพิธีมงคลรดน้ำหรือหลั่งน้ำสังข์ คู่บ่าวสาวต้องไปนั่งในที่จัดไว้ มีหมอนสำหรับรองมือและพานรับน้ำสังข์ ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวก็ไปยืนให้กำลังใจอยู่เบื้องหลัง ญาติผู้ใหญ่ก็ทยอยกันมารดน้ำอวยพรตามลำดับ เกี่ยวกับเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวน ี้มีคติความเชื่อกันว่า ควรเลือกคนที่มีอายุน้อยหรือใกล้เคียง กับคู่บ่าวสาวและอยู่ในช่วงที่ใกล้หรือมีโครงการจะแต่งงานเร็ว ๆ นี้

9.พิธีส่งตัวเข้าห้องหอ
ทางฝ่ายเจ้าสาวก็ต้องจัดที่นอน หมอนมุ้ง เครื่องปูตกแต่งอื่นๆ แล้วเชิญผู้ใหญ่ คู่ผัว-เมีย ให้เข้าไปทำพิธีปูที่นอนเรียงหมอนให้ ส่วนผู้ใหญ่ที่จะมาเป็นคนปูที่นอนให้ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องเลือกเอาคู่ที่อยู่ด้วยกันมานมนาน ด้วยความผาสุกสวัสดี ไม่เคยทะเลาะวิวาทกัน เป็นผู้เจริญด้วยทรัพย์สิน และเกียรติยศพอสมควร พูดง่ายๆ ก็คือเป็นผู้ที่ใครๆ ก็ให้ความนับหน้าถือตานั่นล่ะ อาจจะเป็นญาติหรือไม่ใช่ญาติก็ได้ แต่ขอให้มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาก็พอ (ปัจจุบันส่วนใหญ่จะให้คุณพ่อ คุณแม่ของทั้งสองฝ่ายเป็นทำพิธีส่งตัวเข้าห้องหอ )
จากนั้นในพิธีปูที่นอน ผู้ที่ทำพิธียังต้องเตรียมข้าวของสำหรับเข้าพิธีอย่าง ฟักเขียวลูกหนึ่ง หม้อใหม่ใส่น้ำหนึ่งและถั่วงา รวมอยู่กับทุนสินสอดวางไว้บนพานหนึ่ง นำไปวางไว้ข้างที่นอน เป็นเครื่องหมายสำหรับการอำนวยพร ว่าให้คู่บ่าวมีใจเย็นเหมือนน้ำกับฟัก มีน้ำใจหนักแน่นดั่งหม้อที่ใส่น้ำจนเต็ม มีแต่ความเจริญวัฒนาเหมือนถั่วงา แล้วผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ก็จัดแจงวางหมอนหนุนศีรษะครั้นแล้วผู้ใหญ่คู่ที่ได้รับเชิญ มาจัดทำพิธีนี้ก็ลงนอนก่อนเป็นปฐมฤกษ์ ให้หญิงนอนซ้าย ผู้ชายนอนขวา ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน ก็ต้องพูดคุยกันด้วยคำอันเป็นศิริมงคล ประมาณว่าอวยพรให้คู่บ่าว-สาวอยู่กันอย่างมีความสุข จากนั้นเป็นอันเสร็จพิธีเรียงหมอน
เกร็ดสำคัญของ “พิธีปูที่นอน” ก็อยู่ตรงที่ผู้ที่ได้รับเชิญให้มาปูที่นอนนั้น ต้องเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากพ่อแม่ของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว เนื่องจากเป็นผู้ที่รักเคารพ เป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อเป็นศิริมงคลของคู่บ่าวสาวต่อไปในอนาคต ซึ่งการปูที่นอนนี้ไม่ได้หมายความว่า ให้มาปูที่นอนเพื่อเป็นพิธีว่าคู่บ่าว-สาวไม่ต้องปูที่นอนเอง หรือมีผู้อื่นปูให้ต่อไปจะได้สบาย หรือมีคนใช้มาปูที่นอนให้ แต่การปูที่นอนนี้ ทางเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะจัดปูที่นอนไว้ค่อนข้างเรียบร้อยก่อนแล้ว ที่เหลือเพียงแต่ให้ผู้ได้รับการเลือก ให้มาเป็นผู้ปูที่นอน ช่วยจัดให้เข้าที่เข้าทาง เช่นเลื่อนที่นอนให้เข้ามุม ดึงผ้าปูที่นอนให้เรียบตึง จัดวางหมอนหนุน หมอนข้างให้เหมาะสม

จัดเตรียมอุปกรณ์ส่งตัว
- ข้าวตอกดอกไม้ จำนวน 1 พาน
- อุปกรณ์สำหรับวางส่งตัว ได้แก่ ไม้เท้า ฟักเขียว หินบดยา แมวเครา
- น้ำมนต์ สำหรับพรมที่นอน
- จัดดอกไม้โรยรูปหัวใจบนที่นอนบ่าวสาว

Our Service - Marriage in Thai Tradition - Pouring Nuptial Water (Buddhist weddings)

1. Khan Mak Processing (Items Offered for Engagement)
         The wedding merrily starts with the procession of Khan Mak or Items Offered for Engagement, beautifully dressed in their finest, those from the groom's family start parading to the bride's house at an auspicious time. Khan Mak Eak and Khan Mak Toe (a basin of betel nut) is set gracefully in decorative Thai style trays along with other items believed to be sacred to the future family such as money, gold, ring, necklace or bracelet. Prepare dessert and fruits two to three days prior to your wedding day. The other things that must be prepared are sugar cane and betel nut.

2. Tray of Engagement (Khan Mark Eak and Khan Mark Toe)
Tray of Engagement consist of Khan Mark Eak and Khan Mak Toe, first tray is full of auspicious substances such as grain, bean, sesame, gold leaf, silver left which represent prosperity, affection and peaceful co-existence. Second Tray is ‘Khan Mak Toe' consist of a lot of fruits and sweet, set in pair which represent good fortune, prosperity, wealthy, rich, and survival. There is also Third Tray, the tray for respect senior person of their families, consist of a pair of banana trees, a pair of sugar canes and betel nut, decorated with red paper.    

3.Groom’s Presents Parade
When the time comes for this auspicious occasion, the groom’s parade led by the matchmaker will walk carrying numerous offerings to the bride’s house and present them to the bride’s parents as a mark of respect. There are no set rules about the parade as each area differs in details.

The parade begins walking when all the offerings and the procession are ready. During the procession, firecrackers are usually lit to the hoot of laughter and sometimes a gun is fired into the sky as a signal sound to the bride that the parade will soon be arriving. Some processions are led by a drum or brass band with elders and the young joining the parade to dance with the band.

When the sounds of hooting and cheering are heard at the bride’s house, the bridesmaid hides the bride in her room, with relatives using strings or lace to bar the entrance. The groom and his matchmaker must therefore be prepared to pay a bridal fee in order to get into the bride’s room. Three doors are normally barred (known as victory, silver and golden gate; or brass, silver and golden gate), and at each door the groom must put an even amount of money into two envelopes for the two people who are on guard, with the final or golden door receiving the largest payment. The setting off of firecrackers and gun firing generally occur when the parade starts, at the middle of the journey and at the bride’s house. Sometimes, the bride’s family also fires a gun or lights a firecracker to welcome the parade.

4. Tray for receiving the groom’s presents
When the parade arrives at the home, the bride’s family will have a prepared tray of betel nuts for the matchmaker, which is usually carried by a young girl or elder relative of the bride. The matchmaker then exchanges the betel nuts on the tray for some presents or money outside the house and after receiving the tray back, the parade is lead inside. The bride’s parents and other seniors will be present to show respect and will talk about the auspicious events of the day. Sometimes, the ceremony is organized by experts called ‘nai khan mhak’ while other elders only joining the parade and acting as persons of importance. 

5. Thai marriage at large and definitely the ceremony of traditional 
Thai wedding interlinked with an ancient tradition called Sinsod. A custom of paying a dowry (dowery) to compensate a family of bride "for mother's milk". This ceremony will be taken place in front of both side parents. The groom’s parent will inform the bride’s for what They have brought for such as money, jewelry etc. Once the bride’s parent accept Sinsod or the gifts, they will spread 
Auspicious flowers on the Sinsod for blessing the couple marriage life. After that the bride and groom will exchange their rings as a promising.

6. Token Acceptance
Accepting the bride and groom’s token is usually held on prepared chairs or a mattress. Parents sit on the prepared chairs or mattress and the bride and groom will opposite them. The bride and groom will wai (prostrate themselves with hands pressed together) once on a pillow, and then give flowers with a candle and joss sticks to the parents who will bless them and give them presents or money. The token accepting ceremony is finished when the parents tie a sacred thread on their wrists as a token of their love and acceptance.

7. Food offerings to monks
It’s very normal for Thai wedding ceremonies to be in one way or another linked with religion and merit making. The wedding is also linked with the idea of an auspicious act, therefore after the parents have accepted their token, the bride and groom will offer food to the monks who have been invited to the house by host of the ceremony. In the past, even numbers of monks such as four or eight were invited, but nowadays Thais believe that number nine is lucky. Accordingly, nine monks are usually invited, and with one Buddha image at the ceremony this comes to ten, thus making even number. Monks will sit on the left of the altar tables that holds the Buddha image and offerings and which should face to the east or north. (According to Buddhist principals, which are not so strict, the altar table can in fact face in any direction). Ordinarily during Buddhist chanting the host will be the one who lights the candles and joss sticks, but in a wedding ceremony this must be done by the bride and groom. The ritual includes the bride and groom offering a bowl of water and candle to the monks to recite incantations and make holy water, which is later used as nuptial water and held in a conch shell to pour over the bride and groom’s hands.

8. Pouring Nuptial Water Ceremony
After the food offering ceremony and Buddhist chanting the nuptial ceremony begins at a predetermined auspicious time, when the head monk will make the markings on the bride and groom’s forehead. For the groom, the monk can make the marks directly but for the bride, the monk will use the groom’s hands to touch the bride’s forehead as Buddhist monks cannot touch women directly. Once complete the bride and groom will wear a garland on their heads (for convenience some couples may offer food to the monks the day before the ceremony, but the garlands will be put on their heads by parents on the day they pour nuptial water), and are linked together with string about 48 inches long. One end of string is tied to the holy bowl while the other end is held by monks, with the last monk in the row putting the end of the string on a tray in front of the altar tables. Nowadays, the nuptial water ceremony is usually held in the evening and the bride and groom only wear garlands on their heads without the linking of string. During the Buddhist chanting, the bride and groom will sit on a prepared place and put their hands on pillows for their relatives to pour nuptial water over, with the best man and bridesmaid at the back. Relatives and elders will pour nuptial water in order of their seniority, and often the best man and bridesmaid will be similar in age to the bride and groom and have plans of getting married very soon.

9. Bridal Night
The bride’s family must take responsibility for preparing and arranging the bedroom before inviting a senior couple, relatives or not, who have lived a happily married life with wealth and honor and who are respected by many people, to be the first persons to make the bed. Nowadays parents of the bride and groom are the ones to deliver them to the bedroom.

When making the bed, ceremonial objects such as a green marrow that represents a cool-heart; a new pot containing water signifying unity and firmness with beans and sesame seeds inside representing prosperity; and a bride-price are placed on a tray next to the bed so as to bless the newly wed couple. The couple lies on the bed during the inauguration, with the lady on the left side and the man on the right and must only speak of good things on the bed for good luck.

Notes on bed making
The couple who make the bed must be selected by the bride and groom’s parents and must be respected persons who have had an ideal married life so as to act as role models for the newly weds. The bed making ceremony in no way signifies that in the future the bride and groom will have a servant to do this job for them, in actual fact the bed is already completely made; the invited couple just make it for form’s sake.

Preparation for the Bridal Night
- Tray of popped rice and flowers
- Ceremonial objects namely a walking stick, green marrow and grinding stone
- Holy water for sprinkling over the bed
- Flower decoration in the form of a heart on the bed

 

    Office / Studio :
    ช่อม่วง ณ บ้านไร่สวนใจแก้ว
    เข้่าซอยวัดพระนอนหนองผึ้ง ติดกับปั๊ม ปตท.หนองผึ้ง 402 หมู่ 4 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140
    Mobile . 085-0324939 , Tel/Fax 053-325390

ภาษาไทย English

Web Design and Hosting by GOMEW