x

เชิญชมเว็บไซต์ใหม่ของเราได้ที่ Chourmuangcm.com

 

Our Service - พิธีเจริญน้ำพระพุทธมนต์

ข้อมูลพิธีการงานแต่งงานแบบล้านนา

1. การจัดเตรียมขันหมาก (แต่งงาน)
ก่อนถึงกำหนดวันแต่งงาน พ่อแม่และผู้เป็นเฒ่าแก่ของฝ่ายชาย ต้องจัดเตรียมขันหมากเอก โท และบริวารขันหมากไว้ให้เรียบร้อย นิยมจัดหากันตามความสะดวกเหมาะสม เช่น เงินทอง สร้อยแหวนกำไล จะต้องจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าหลาย ๆ วัน ขนมนมเนยผลไม้จัดเตรียมไว้ก่อนวันงานสักสองวัน เพราะถ้าเก็บไว้นานอาจเน่าเสียได้ ส่วนต้นกล้วย ต้นอ้อยหมากพลูที่จะใช้ ก็ทำการเสาะหาหรือเจรจาขอตามไร่นาตามสวน หรือจากเพื่อนบ้านไว้เป็นการล่วงหน้า

2. การจัดขันหมากเอกและขันหมากโท ขันหมากเอก
จะจัดเป็นขันเดี่ยวหรือขันคู่ก็แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละท้อง ถิ่น ส่วนใหญ่มีขันใส่หมากพลู ขันใส่เงินทองหรือสินสอด ขันใส่สิ่งของอันเป็นมงคล เช่น ถั่ว งา ข้าวเปลือก ใบเงิน ใบทอง ฯลฯ ขันหมากเอกนี้นิยมจัดเป็นคู่ เวลายกขบวนแห่ขันหมากจะมีคนถือเป็นคู่ ๆ ดูสวยงาม และเป็นมงคลโดยถือเคล็ดจากคำว่า “คู่” นั่นเอง ขันหมากโท ได้แก่ พวกของที่ใช้เป็นอาหารและขนม รวมทั้งบริวารขันหมากอื่นๆ เช่น ต้นกล้วย ต้นอ้อย นิยมจัดเป็นคู่ๆ เช่นกัน มีการนำกระดาษสีแดงประดับตกแต่งให้สวยงาม

3.ขันหมากมาแล้ว
เมื่อใกล้ฤกษ์ยามยกขบวน ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเริ่มจัดขบวนโดยเฒ่าแก่หรือพ่อสื่อแม่สื่อ ที่เป็นผู้มาเจรจาสู่ขอจะเดินนำหน้าเคียงคู่ไปกับเจ้าบ่าว ซึ่งถือพานธูปเทียนสำหรับใช้ ไหว้พ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิง การจัดขบวนขันหมากไม่มีกำหนดตายตัว เพราะในแต่ท้องถิ่นอาจมีประเพณีนิยมแตกต่างกันไป
เริ่มเคลื่อนขบวนขันหมาก เมื่อจัดเตรียมขบวนขันหมากเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเพรียงกันดีแล้ว ครั้นได้เวลาฤกษ์ดีมีชัยก็เริ่มเคลื่อนขบวนได้ ส่วนใหญ่จะมีการโห่และจุดประทัดกันเป็นที่สนุกสนาน บางทีมีการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วย เพื่อใช้สัญญาณเสียงบอกให้ทางบ้านฝ่ายหญิงทราบ ว่าบัดนี้ขบวนขันหมากกำลังจะเคลื่อนไปทำพิธีแล้ว การเคลื่อนขบวนหากมีกลองยาวหรือแตรวงนำหน้า คนเฒ่าคนแก่และหนุ่มสาวที่ไม่ได้มีหน้าที่ยกขันหมาก และข้าวของก็จะออกมาร่ายรำกันเป็นที่สนุกสนานครื้นเครง
เสียงโห่และเสียงรับจะดังขึ้นเป็นระยะ ในช่วงนี้เพื่อนเจ้าสาวจะพาเจ้าสาวไปหลบในห้อง ส่วนผู้ที่มีหน้าที่กั้นประตูเงินประตูทอง และรับขันหมากก็เตรียมทำหน้าที่ของตน ดังนั้นเฒ่าแก่หรือเจ้าบ่าวจะต้องเตรียมเงินสดใส่ซองไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นกุญแจสำหรับไขผ่านประตูหรือด่านต่าง ๆ ไปจนกว่าจะไปถึงตัวเจ้าสาว ส่วนใหญ่นิยมกั้นแค่ 3 ประตูคือ ประตูชัย ประตูเงิน ประตูทอง หรือ ประตูนาก ประตูเงิน ประตูทอง การให้ซองสำหรับขอผ่านประตูต่างๆ นั้น จะต้องให้ประตูละ 2 ซอง และใส่เงินเป็นจำนวนคู่ ไม่นิยมใส่เป็นจำนวนคี่ ซองสำหรับประตูทอง จะต้องใส่ให้มีมูลค่ามากกว่า 2 ประตูแรก สำหรับการจุดประทัดหรือยิงปืนให้สัญญาณนั้น นิยมจุดเมื่อเริ่มเคลื่อนขบวนครั้งหนึ่ง เมื่อมาถึงกลางทางอีกครั้งหนึ่ง ครั้นพอถึงเขตบ้านเจ้าสาวก็จุดอีกครั้งหนึ่ง บางทีทางฝ่ายเจ้าสาวก็มีการยิงปืนหรือจุดประทัดรับเช่นกัน

4.พานรับขันหมาก
พอขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวมาถึงเขตบ้านแล้ว ฝ่ายเจ้าสาวจะจัดพานใส่หมากพล ูสำหรับรับขันหมากเตรียมไว้ให้เฒ่าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว ซึ่งอาจใช้เด็กผู้หญิงแต่งตัวตามสวยงาม หรือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวถือพานออกไปรับก็ได้ เป็นการแสดงความยินดี และให้เกียรติเฒ่าแก่ฝ่ายชาย เมื่อมีผู้นำพานรับขันหมากมามอบให้ เฒ่าแก่ฝ่ายชายจะหยิบหมากพลูที่จีบไว้เป็นคำ ๆเคี้ยวกินหรือหยิบไว้พอเป็นพิธี แล้วส่งพานคืนให้ พร้อมกับของชำร่วยหรือซองใส่เงิน ผู้ที่ถือขันหมากต้องไปยืนอยู่นอกเขตบ้าน เพราะต่อไปจะมีการปิดกั้นประตูเงินประตูทอง เมื่อรับพานคืนมาพร้อมของรางวัลแล้วผู้ทำหน้าที่รับขันหมากจะนำ ขบวนขันหมากเข้าสู่เขตบ้าน ในการรับขันหมากนอกจากจะให้เด็กยกพานรับขันหมากแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวก็จะออกมาให้การต้อนรับด้วย เพื่อเจรจาต้อนรับเฒ่าแก่ของฝ่ายเจ้าบ่าว พูดคุยกันในเรื่องอันเป็นมงคลเกี่ยวกับฤกษ์งามยามดีในวันนี้ บางทีหน้าที่โต้ตอบและจัดขบวนขันหมาก อาจใช้ผู้มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะคอยควบคุมเรียกว่า “นายขันหมาก” ส่วนเฒ่าแก่เป็นเพียงผู้ร่วมมาในขบวนขันหมาก และเป็นผู้ทำพิธีในฐานะผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย

5.การนับสินสอดและสวมแหวนแต่งงาน (เริ่มพิธีตามฤกษ์)
พิธีนับสินสอดทองหมั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม เมื่อบ่าวสาว นั่งด้านหน้าของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ทางเถ้าแก่ฝ่ายชาย จึงทำการแจกแจงสินสอดทองหมั้น โดยแจ้งความประสงค์ของฝ่ายชายที่จะมาสู่ขอฝ่ายหญิง เมื่อฝ่ายเจ้าสาวได้ตกลงตามนั้น คุณแม่และคุณพ่อเจ้าสาวก็ทำการโรยสินสอดทองหมั้น ด้วยดอกไม้มงคล ซึ่งประกอบด้วย ดอกรัก ดอกบานไม่รู้โรย ถั่ว งา ดอกดาวเรือง เพื่อความเจริญงอกงามเหมือนถั่ว งา เจริญรุ่งเรืองเหมือนดอกดาวเรือง และมีความรักยืนยาวเหมือนดอกบานไม่รู้โรย แล้วคุณแม่เจ้าสาวก็ยกขึ้นแบกขึ้นบ่า เป็นความหมายว่าสินสอดทองหมันนั้นงอกเงย จนต้องยกแบกเก็บ หลังจากแจกแจงสินสอดทองหมั้นแล้วบ่าวสาวทำการสวมของหมั้น ,สวมแหวนแต่งงาน

6.พิธีรับไหว้
ในการทำพิธีรับไหว้นั้น นิยมจัดสถานที่เพื่อให้เป็นการสะดวกของคู่บ่าวสาว คือจัดเก้าอี้หรือเสื่อไว้ เมื่อพ่อแม่ของฝ่ายชายหรือหญิง ไปนั่งคู่กันในที่จัดไว้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวซึ่งนั่งคู่กันอยู่ในฝั่งตรงข้าม จะกราบลงพร้อมกันที่หมอน 1 ครั้ง (กราบโดยไม่ต้องแบมือ) แล้วส่งพานดอกไม้ธูปเทียนให้ พ่อแม่ยื่นมือไปรับ กล่าวให้ศีลให้พร หรืออวยพรให้ชีวิตคู่ของลูกทั้งสองประสบแต่ความสุข ความเจริญ แล้วจึงหยิบเงินรับไหว้ใส่ลงในพาน หยิบด้ายมงคลหรือสายสิญจน์เส้นเล็ก ๆ ผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวเป็นการรับขวัญ

7.พิธีร่วมทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาว
ธรรมเนียมไทยนั้น เมื่อทำพิธีหรืองานมงคลใดๆ ก็ตามย่อมต้องมีการทำบุญสร้างกุศลมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคล สำหรับพิธีร่วมกันทำบุญตักบาตรของคู่บ่าวสาวนั้น นิยมกระทำกันหลังจากทำพิธีรับไหว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว คือเจ้าภาพจะนิมนต์พระมาสวดเจริญพุทธมนต์และรับอาหารบิณฑบาต พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์หรืออาสนสงฆ์ จัดให้อยู่ทางซ้ายของโต๊ะบูชา หรือโต๊ะหมู่บูชาและจัดให้พอกับจำนวนพระสงฆ์ที่นิมนต์ ซึ่งแต่ก่อนนิยมนิมนต์เป็นคู่เช่น 4 องค์ 8 องค์ ปัจจุบันนิยม 9 องค์ เพราะคนไทยเชื่อถือเกี่ยวกับเลข 9 ว่าเป็นเลขมงคล หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า โดยนับพระประธานด้วยเป็น 10 องค์ครบคู่พอดีโต๊ะบูชาหรือโต๊ะหมู่บูชา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและเครื่องสักการะ ควรตั้งให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ ไม่นิยมตั้งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก หรือทิศใต้ แต่ถ้ากล่าวตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งไม่ถือเรื่องโชคลางจะหันหน้าไปทางทิศไหนก็ได้สุดแต่สะดวก ในการทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ทั่วไปนั้น เจ้าภาพจะทำหน้าที่จุดธูปเทียนบูชาพระ แต่ในงานมงคลสมรสมักนิยมให้คู่บ่าวสาว เพราะถือว่าเป็นผู้ที่สำคัญที่สุดในงาน

8. พิธีทำบุญสืบชะตา
การสืบชะตาของคู่บ่าวสาวนั้นเป็นเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทางล้านนามีความเชื่อว่า จะเป็นการดีเพื่อให้คู่บ่าวสาวมีชาตะที่ด ียืนยาวและมีความสุขต่อไป ก่อนที่จะทำการสืบชะตา เจ้าภาพจะต้องจัดเตรียมเครื่องพิธีกรรม หรือเครื่องบูชาต่างๆไว้ โดยนำเครื่องพิธีกรรมมารวมกันตั้งไว้ตรงกลางที่ทำพิธี ทำเป็นกระโจมไม้ 3 ขา หรือทำเป็นสามสุ่มแบบปืน 3 กระบอกพิงกันหรือแบบขาหยั่ง ให้กว้างพอที่บ่าวสาวเข้ามานั่งตรงกลางได้ ใช้ด้ายสายสิญจน์โยงศีรษะติดกับ ขากระโจมทั้ง 3 ขา เอาเงื่อนไปไว้ที่ตรงน้ำพระพุทธมนต์หน้าพระพุทธรูป นิยมนิมนต์พระสงฆ์ 7 , 9 รูป และทำบุญถวายสังฆทาน ถวายเพล พร้อมกันทีเดียว

9. พิธีฮ้องขวัญ โดยปู่อาจารย์ (ฝ่ายเจ้าสาวเชิญปู่อาจารย์เรียกขวัญที่ทางครอบครัวเคารพนับถือเป็นผู้ทำพิธี)
คู่บ่าวสาวเข้าประจำโต๊ะพิธีการ หรือ จุดพิธีการ ปู่อาจารย์เริ่มพิธีฮ้องขวัญ โดยสวมมาลัย แล้วสวมมงคลคู่ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่คู่บ่าวสาว พิธีเรียกขวัญนั้นกระทำเพื่อเตือนคู่บ่าวสาว ตั้งสติ มีสมาธิ รับรู้งานพิธีสำคัญ ที่จะทำให้ชีวิตของคนสองคนผูกพันเป็นสามีภรรยา โดยมีแขกเหรื่อมาร่วมทำพิธี เป็นสักขีพยานและอวยพรให้ชีวิตคู่ยั่งยืน มีความสุข ผู้ที่ทำการเรียกขวัญ จะท่องคำล้านนาเป็นภาษาท้องถิ่นในทำนองโบราณ หลังจากที่ปู่อาจารย์ทำการเรียกขวัญเสร็จ แขกเหรื่อที่มาร่วมในงานจะอวยพร ให้กับคู่บ่าวสาวโดยการผูกด้ายสายสิญจน์
(อุปกรณ์ – จุดทำพิธีเรียกขวัญ, พานด้ายผูกข้อมือ, มงคลคู่, มาลัย, ด้ายสายสิญจน์, บายศรี, แป้งเจิม)

10. พิธีผูกข้อมือ
- ปู่อาจารย์เป็นผู้ผูกคนแรก แล้วตามด้วยผู้ใหญ่ที่ทั้งสองฝ่ายเคารพนับถือ
- แขกผู้มีเกียรติท่านอื่น ๆ ผูกข้อมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว แล้วพักผ่อนรับประทานอาหารตามอัธยาศัย
- พิธีส่งตัวบ่าวสาวบนห้องหอ (เป็นการภายในเฉพาะญาติผู้ใหญ่และครอบครัว) สำหรับพิธีส่งตัวแบบล้านนาปู่อารย์จะทำการผูกสายสิญจ์เข้ากับมือของคู่บ่าว สาว หรือผูกกับด้ายมงคล แล้วให้คู่มงคลทำการจูงเข้าห้องหอพร้อมกับญาติพี่น้อง
- บ่าวสาวลงมาทักทายแขกเหรื่อตามอัธยาศัย

Our Service - Knowledge on Lanna wedding ceremony

1. Khan Mak Processing (Items Offered for Engagement)
         The wedding merrily starts with the procession of Khan Mak or Items Offered for Engagement, beautifully dressed in their finest, those from the groom's family start parading to the bride's house at an auspicious time. Khan Mak Eak and Khan Mak Toe (a basin of betel nut) is set gracefully in decorative Thai style trays along with other items believed to be sacred to the future family such as money, gold, ring, necklace or bracelet. Prepare dessert and fruits two to three days prior to your wedding day. The other things that must be prepared are sugar cane and betel nut.

2. Tray of Engagement (Khan Mark Eak and Khan Mark Toe)
Tray of Engagement consist of Khan Mark Eak and Khan Mak Toe, first tray is full of auspicious substances such as grain, bean, sesame, gold leaf, silver left which represent prosperity, affection and peaceful co-existence. Second Tray is ‘Khan Mak Toe' consist of a lot of fruits and sweet, set in pair which represent good fortune, prosperity, wealthy, rich, and survival. There is also Third Tray, the tray for respect senior person of their families, consist of a pair of banana trees, a pair of sugar canes and betel nut, decorated with red paper.

3.Groom’s Presents Parade
When the time comes for this auspicious occasion, the groom’s parade led by the matchmaker will walk carrying numerous offerings to the bride’s house and present them to the bride’s parents as a mark of respect. There are no set rules about the parade as each area differs in details.

         The parade begins walking when all the offerings and the procession are ready. During the procession, firecrackers are usually lit to the hoot of laughter and sometimes a gun is fired into the sky as a signal sound to the bride that the parade will soon be arriving. Some processions are led by a drum or brass band with elders and the young joining the parade to dance with the band.

         When the sounds of hooting and cheering are heard at the bride’s house, the bridesmaid hides the bride in her room, with relatives using strings or lace to bar the entrance. The groom and his matchmaker must therefore be prepared to pay a bridal fee in order to get into the bride’s room. Three doors are normally barred (known as victory, silver and golden gate; or brass, silver and golden gate), and at each door the groom must put an even amount of money into two envelopes for the two people who are on guard, with the final or golden door receiving the largest payment. The setting off of firecrackers and gun firing generally occur when the parade starts, at the middle of the journey and at the bride’s house. Sometimes, the bride’s family also fires a gun or lights a firecracker to welcome the parade.

4. Tray for receiving the groom’s presents
When the parade arrives at the home, the bride’s family will have a prepared tray of betel nuts for the matchmaker, which is usually carried by a young girl or elder relative of the bride. The matchmaker then exchanges the betel nuts on the tray for some presents or money outside the house and after receiving the tray back, the parade is lead inside. The bride’s parents and other seniors will be present to show respect and will talk about the auspicious events of the day. Sometimes, the ceremony is organized by experts called ‘nai khan mhak’ while other elders only joining the parade and acting as persons of importance. 

5.Thai marriage at large and definitely the ceremony of traditional
Thai wedding interlinked with an ancient tradition called Sinsod. A custom of paying a dowry (dowery) to compensate a family of bride "for mother's milk". 

This ceremony will be taken place in front of both side parents. The groom’s parent will inform the bride’s for what They have brought for such as money, jewelry etc. Once the bride’s parent accept Sinsod or the gifts, they will spread Auspicious flowers on the Sinsod for blessing the couple marriage life. After that the bride and groom will exchange their rings as a promising.

6. Token Acceptance
Accepting the bride and groom’s token is usually held on prepared chairs or a mattress. Parents sit on the prepared chairs or mattress and the bride and groom will opposite them. The bride and groom will wai (prostrate themselves with hands pressed together) once on a pillow, and then give flowers with a candle and joss sticks to the parents who will bless them and give them presents or money. The token accepting ceremony is finished when the parents tie a sacred thread on their wrists as a token of their love and acceptance.

7. Food offerings to monks
It’s very normal for Thai wedding ceremonies to be in one way or another linked with religion and merit making. The wedding is also linked with the idea of an auspicious act, therefore after the parents have accepted their token, the bride and groom will offer food to the monks who have been invited to the house by host of the ceremony. In the past, even numbers of monks such as four or eight were invited, but nowadays Thais believe that number nine is lucky. Accordingly, nine monks are usually invited, and with one Buddha image at the ceremony this comes to ten, thus making even number. Monks will sit on the left of the altar tables that holds the Buddha image and offerings and which should face to the east or north. (According to Buddhist principals, which are not so strict, the altar table can in fact face in any direction). Ordinarily during Buddhist chanting the host will be the one who lights the candles and joss sticks, but in a wedding ceremony this must be done by the bride and groom.

8. Life expanding ceremony
The life expanding ceremony signifies the beginning of married life and Lanna people believe that this ceremony will lengthen and better the married couple’s lives. Before the ceremony starts, the host of the house will prepare offerings and place them in the middle of the ceremonial pavilion made by leaning three wooden poles against each other to be wide enough so that bride and groom can sit in the middle. They will also tie sacred thread around the poles and put the end in front of the holy water at the altar table. Food is then offered to the monks, with usually seven or nine monks in attendance.


9. Shaman Invokes Spirits (held by the bride’s family)
The bride and groom will sit at a prepared place before the shaman starts the invoking of spirits ceremony by putting garlands on their heads. “Kwan” or what ancient people belief that each person has their own 32 parts of soul that everywhere we goes, some of our spirits might be lost. So on the wedding day or in special occasions, the shaman will call back all 32 parts back for ignorance on this special ceremony with a local traditional language. 

After that all guests tide holy thread on the couple wrist a bless for their marriage life. 
(Things to prepare: place for bride and groom to sit; a tray with sacred thread; head garlands; strings of flowers; layers of arranged flowers (bai sri); and sacred powder for making marks on their forehead).

10. Tying sacred thread ceremony
- The shaman is the first to tie sacred thread on the bride and groom’s wrists, followed by elder relatives.
- Guests tie sacred thread on bride and groom’s wrists and then have lunch.
- Bride and groom are then delivered to their bedroom (only for family members and senior relatives) 
- Bride and groom greet and welcome their guests.

 

    Office / Studio :
    ช่อม่วง ณ บ้านไร่สวนใจแก้ว
    เข้่าซอยวัดพระนอนหนองผึ้ง ติดกับปั๊ม ปตท.หนองผึ้ง 402 หมู่ 4 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ 50140
    Mobile . 085-0324939 , Tel/Fax 053-325390

ภาษาไทย English

Web Design and Hosting by GOMEW